10 วิธีรับมือความเครียดที่ทำได้ด้วยตัวเอง
เครียด ทำอย่างไรดี เป็นคำถามที่หลายคนเคยถามตัวเอง โดยเฉพาะเมื่อมีทั้งเรื่องงาน การเงิน ครอบครัว ความสัมพันธ์ หรือความรับผิดชอบต่าง ๆ เข้ามาพร้อมกัน
ความเครียดเป็นปฏิกิริยาที่สามารถเกิดขึ้นได้เมื่อเรารู้สึกว่ากำลังเผชิญกับความกดดันหรือสถานการณ์ที่จัดการได้ยาก ความเครียดในระดับหนึ่งอาจช่วยให้เราตื่นตัวและรับมือกับสถานการณ์ได้ แต่หากเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือมากเกินไป อาจส่งผลต่อทั้งร่างกาย จิตใจ และการใช้ชีวิต
สาเหตุของความเครียดแตกต่างกันไปในแต่ละคน เช่น
· งานที่มีความกดดัน
· ปัญหาการเงิน
· ความสัมพันธ์
· การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิต
· การพักผ่อนไม่เพียงพอ
· ความคาดหวังต่อตัวเอง
· ภาระดูแลครอบครัว
สิ่งเดียวกันอาจสร้างความเครียดให้คนหนึ่ง แต่ไม่ส่งผลมากกับอีกคนหนึ่ง ดังนั้นจึงไม่มีระดับความเครียดที่เหมาะสมสำหรับทุกคน
สัญญาณที่อาจบอกว่าคุณกำลังเครียด
ความเครียดอาจแสดงออกได้หลายรูปแบบ เช่น
· คิดเรื่องเดิมซ้ำ ๆ
· หงุดหงิดง่าย
· ไม่มีสมาธิ
· นอนหลับยาก
· รู้สึกเหนื่อย
· ปวดศีรษะหรือมีอาการทางร่างกายบางอย่าง
· รู้สึกไม่มีแรงจูงใจ
· อยากแยกตัวจากคนอื่น
หากอาการรุนแรง ต่อเนื่อง หรือส่งผลต่อชีวิต ควรพิจารณาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
10 วิธีรับมือความเครียด
1. หยุดพักจากสิ่งที่กำลังกดดัน
เมื่อรู้สึกว่าความคิดเริ่มเต็มจนรับข้อมูลเพิ่มเติมไม่ไหว การหยุดพักสั้น ๆ อาจช่วยให้เรากลับมาจัดลำดับสิ่งต่าง ๆ ได้ดีขึ้น
ลองวางโทรศัพท์ ลุกออกจากโต๊ะ หรือเปลี่ยนบรรยากาศสักครู่
2. แยกสิ่งที่ควบคุมได้และควบคุมไม่ได้
ความเครียดบางส่วนเกิดจากการพยายามควบคุมสิ่งที่เราไม่สามารถควบคุมได้
ลองเขียนออกมาเป็นสองกลุ่ม
สิ่งที่ควบคุมได้
· สิ่งที่เราจะทำวันนี้
· วิธีสื่อสารของเรา
· การพักผ่อน
· การขอความช่วยเหลือ
สิ่งที่ควบคุมไม่ได้
· ความคิดของคนอื่น
· เหตุการณ์ในอดีต
· ผลลัพธ์บางอย่าง
การแยกสองสิ่งนี้ออกจากกันอาจช่วยลดความรู้สึกว่าต้องจัดการทุกอย่างพร้อมกัน
3. จัดลำดับความสำคัญ
ไม่จำเป็นต้องแก้ทุกปัญหาในวันเดียว
ลองถามตัวเองว่า
"เรื่องไหนสำคัญที่สุดที่ฉันสามารถจัดการได้ในตอนนี้?"
เลือกเพียงหนึ่งหรือสองเรื่องก่อน แล้วค่อยจัดการเรื่องอื่นตามลำดับ
4. ดูแลการนอน
การพักผ่อนมีความสำคัญต่อการทำงานของร่างกายและจิตใจ
หากเป็นไปได้ พยายามสร้างกิจวัตรก่อนนอน ลดกิจกรรมที่กระตุ้นสมอง และจัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะกับการพักผ่อน
5. ขยับร่างกาย
การเดิน ออกกำลังกาย หรือกิจกรรมทางกายที่เหมาะสมสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพโดยรวม
ไม่จำเป็นต้องเริ่มด้วยการออกกำลังกายหนัก การเดินหรือการเคลื่อนไหวร่างกายเป็นประจำก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีได้
6. พูดคุยกับคนที่ไว้ใจ
เมื่อเก็บทุกอย่างไว้คนเดียว ความรู้สึกหนักอาจเพิ่มขึ้นได้
ลองพูดคุยกับคนที่คุณรู้สึกปลอดภัย ไม่จำเป็นต้องให้เขาแก้ปัญหา แค่มีพื้นที่ให้ได้พูดและได้รับฟังก็อาจช่วยได้
7. ลดความคาดหวังว่าต้องทำทุกอย่างให้สมบูรณ์แบบ
บางครั้งความเครียดไม่ได้เกิดจากงานเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความคาดหวังต่อตัวเองด้วย
การยอมรับว่าบางเรื่องสามารถทำได้ดีในระดับที่เพียงพอ อาจช่วยลดแรงกดดันที่สร้างให้ตัวเอง
8. ฝึกหายใจและอยู่กับปัจจุบัน
เมื่อรู้สึกเครียด ลองหยุดและนำความสนใจกลับมาที่ลมหายใจหรือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นตรงหน้า
การฝึกเช่นนี้อาจช่วยให้เราหยุดจากวงจรความคิดที่วนซ้ำได้ชั่วคราว
9. เขียนสิ่งที่กำลังกังวล
หากมีเรื่องอยู่ในหัวจำนวนมาก ลองเขียนทุกอย่างออกมา
จากนั้นแบ่งเป็น
· ต้องจัดการทันที
· จัดการภายหลัง
· ไม่สามารถควบคุมได้
วิธีนี้ช่วยเปลี่ยนความคิดที่กระจัดกระจายให้กลายเป็นสิ่งที่มองเห็นและจัดการได้ง่ายขึ้น
10. ขอความช่วยเหลือเมื่อรับมือด้วยตัวเองไม่ไหว
การขอความช่วยเหลือไม่ใช่ความล้มเหลว
หากความเครียดต่อเนื่องจนส่งผลต่อการนอน การทำงาน ความสัมพันธ์ หรือคุณภาพชีวิต การพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตอาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสม
ความเครียดแบบไหนที่ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ?
หากคุณรู้สึกว่าความเครียด
· ต่อเนื่องเป็นเวลานาน
· รบกวนการนอน
· ทำให้ทำงานหรือเรียนได้ยาก
· ส่งผลต่อความสัมพันธ์
· ทำให้รู้สึกหมดหวังหรือไม่สามารถรับมือได้
· พยายามแก้ไขด้วยตัวเองแล้วแต่ยังไม่ดีขึ้น
การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจะช่วยให้เข้าใจสาเหตุและหาแนวทางรับมือที่เหมาะสมมากขึ้น
สรุป
ความเครียดเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตและไม่สามารถกำจัดออกไปได้ทั้งหมด สิ่งสำคัญคือการเรียนรู้วิธีรับรู้และจัดการกับความเครียดอย่างเหมาะสม
หากคุณกำลังเครียด อย่าเพิ่งกดดันตัวเองว่าต้องกลับมาเข้มแข็งทันที การพัก การขอความช่วยเหลือ และการดูแลตัวเอง ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพใจ
ลองทำแบบทดสอบความเครียดสั้นๆของเราเพื่อดูว่าตอนนี้ความเครียดของคุณอยู่ในระดับไหนได้เลยนะคะ